ประเพณีถือศีลกินผัก (กินเจ) จังหวัดตรัง: มรดกวัฒนธรรม 150 ปี และความศรัทธาอันยิ่งใหญ่

หากเอ่ยถึงงานประเพณีกินเจที่ยิ่งใหญ่และมีเอกลักษณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย นอกจากภูเก็ตแล้ว "ประเพณีถือศีลกินผัก จังหวัดตรัง" คือต้นตำรับที่มีประวัติศาสตร์ความศรัทธาสืบทอดกันมายาวนานกว่า 150 ปี

ในช่วงเทศกาลกินเจ (ปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคมของทุกปี) เมืองตรังทั้งเมืองจะถูกเนรมิตให้กลายเป็นสีขาว ชาวตรังและนักท่องเที่ยวจะพร้อมใจกันนุ่งขาวห่มขาว ละเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์ ประพฤติตนอยู่ในศีลธรรม และร่วมประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของชาวไทยเชื้อสายจีนฮกเกี้ยน

หลินตางทัวร์ ขอพาทุกท่านเดินทางย้อนรอยตำนาน สัมผัสพิธีกรรมอันน่าอัศจรรย์ และแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวที่ผสมผสานงานบุญและธรรมชาติอันดามันเข้าด้วยกัน!


1. ย้อนรอยประวัติศาสตร์: ทำไมงานกินเจตรังถึงเก่าแก่กว่า 150 ปี?

จุดเริ่มต้นของประเพณีถือศีลกินผักในจังหวัดตรัง เกิดขึ้นที่ ศาลเจ้ากิ่วอ่องเอี่ย (ถนนท่ากลาง อำเภอเมืองตรัง) ประมาณปี พ.ศ. 2415 ในยุคที่ชาวจีนอพยพหลั่งไหลเข้ามาทำเหมืองแร่ดีบุกและค้าขายในแถบชายฝั่งทะเลอันดามัน

เล่าขานกันว่า ในยุคนั้นเกิดโรคระบาดร้ายแรง คณะงิ้วจีนที่เดินทางมาจากมณฑลฮกเกี้ยนได้แนะนำให้ชาวบ้านร่วมกันชำระล้างจิตใจ รักษาศีล และรับประทานอาหารเจเพื่อบูชา "พระมหาจักรพรรดิเก้าราชันย์" (กิ่วอ่องไต่เต่) ผลปรากฏว่าโรคระบาดสงบลงอย่างน่าอัศจรรย์ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ชาวตรังจึงได้ยึดถือปฏิบัติประเพณีถือศีลกินผักสืบต่อกันมาจนกลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของจังหวัด


2. ไฮไลท์พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ควรพลาด

ตลอดระยะเวลา 9 วัน 9 คืน มีพิธีกรรมสำคัญที่มีความหมายลึกซึ้งและตื่นตาตื่นใจ:

1. พิธียกเสาโกเต้ง (วันก่อนเริ่มงาน 1 วัน)

พิธีอัญเชิญตะเกียงเทวดาทั้ง 9 ดวงขึ้นสู่ยอดเสาไม้ไผ่สูงตระหง่าน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าเทศกาลถือศีลกินผักได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ และเป็นการเปิดรับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ลงมาสถิตยังศาลเจ้า

2. ขบวนแห่พระออกเที่ยวรอบเมือง (ออกเกี้ยว)

ขบวนม้าทรงและเกี้ยวพระของแต่ละศาลเจ้าจะเคลื่อนขบวนไปตามท้องถนนในเขตเทศบาลนครตรัง ชาวบ้านจะตั้งโต๊ะบูชาหน้าบ้านเพื่อรับพร ไฮไลท์คือ การจุดประทัดต้อนรับขบวนพระนับล้านนัด เสียงประทัดดังกึกก้องเปรียบเสมือนการขับไล่สิ่งชั่วร้ายและนำพาความเป็นสิริมงคลเข้ามาสู่บ้านเรือน

3. พิธีลุยไฟ (โก้ยโห้ย)

พิธีกรรมอันน่าอัศจรรย์ที่ม้าทรงและผู้มีจิตศรัทธาจะเดินเท้าเปล่าข้ามกองถ่านไฟสีแดงที่ลุกโชน แสดงถึงพลังแห่งความบริสุทธิ์ของจิตใจที่สามารถเอาชนะความร้อนและเผาผลาญเคราะห์กรรมทั้งปวงให้มอดไหม้ไป

4. พิธีข้ามสะพานสะเดาะเคราะห์

ผู้ร่วมงานจะเดินข้ามสะพานที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษในศาลเจ้า โดยมีพระจีนประทับตราประทับสีแดงลงบนเสื้อผ้าด้านหลัง เพื่อปัดเป่าสิ่งอัปมงคล เสริมดวงชะตา และรับพรอันประเสริฐก่อนสิ้นสุดเทศกาล


3. แหล่งของกินเจเลื่องชื่อของเมืองตรัง

เมืองตรังขึ้นชื่อเรื่องความอร่อย เมื่อเข้าสู่ช่วงกินเจ อาหารเจเมืองตรังจึงมีความหลากหลายและรสชาติกลมกล่อมไม่แพ้อาหารทั่วไป:

  • ถนนคนเดินอาหารเจรอบศาลเจ้ากิ่วอ่องเอี่ย: มีร้านค้ากว่าร้อยร้านเปิดจำหน่ายอาหารเจปรุงสดใหม่ ทั้งผัดหมี่ฮกเกี้ยนเจ, เต้าหู้ทอดกรอบนอกนุ่มใน, ทอดมันข้าวโพดเจ, หมูย่างเจ (ทำจากโปรตีนเกษตรและเห็ดหอม), และขนมบัวลอยน้ำขิง
  • ติ่มซำเจและกาแฟโบราณ: สัมผัสวัฒนธรรมยามเช้าของตรังด้วยติ่มซำนึ่งสดแบบเจ ซาลาเปาไส้เห็ดหอม และชาจีนร้อนๆ
  • โรงทานศาลเจ้า: ศาลเจ้าใหญ่เปิดโรงทานบริการอาหารเจฟรีวันละ 3 มื้อ แก่ผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมถือศีล

4. เคล็ดลับวางแผนเที่ยว: กินเจในเมือง + ดำน้ำทะเลตรัง (เปิดเกาะ 1 ต.ค.)

ความพิเศษของช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม คือ จังหวะเวลาที่บรรจบกันอย่างลงตัว:

  1. ช่วงเช้าหรือค่ำ: สัมผัสบรรยากาศงานกินเจในตัวเมืองตรัง ชมพิธีลุยไฟและรับประทานอาหารเจเพื่อความเป็นสิริมงคล
  2. วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป: ตรงกับ วันเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลตรังวันแรก! ทะเลอันดามันกลับมาเปิดให้ดำน้ำเต็มรูปแบบ
  3. โปรแกรมแนะนำ: พักในเมืองตรัง 1 คืน เที่ยวงานกินเจ จากนั้นตอนเช้าเดินทางมาที่ ท่าเรือปากเมง เพื่อลงเรือวันเดย์ทริปกับหลินตางทัวร์ ไปชมความงามของถ้ำมรกตและเกาะกระดานในวันที่ธรรมชาติเพิ่งเปิดใหม่ น้ำใสสะอาดที่สุด

สัมผัสเสน่ห์เมืองรองตรังกับ "หลินตางทัวร์"

อิ่มบุญในเมืองแล้ว อย่าลืมมาสัมผัสความงามของผืนน้ำมรกตกับ หลินตางทัวร์ (ใบอนุญาต 32/01300):

  • โปรแกรมวันเดย์ทริป: ทัวร์ 4 เกาะตรัง (ถ้ำมรกต เกาะกระดาน เกาะเชือก เกาะแหวน) ออกจากท่าเรือปากเมงทุกวัน
  • ราคาคนไทย: 950 บาท/ท่าน (รวมอาหารเที่ยง, อุปกรณ์ดำน้ำ, ประกันภัยครบวงจร)
  • ติดต่อสอบถาม:
  • โทร: 098-610-3158
  • LINE Official: @lintangtour
  • เว็บไซต์: https://lintangtour.com/